Site Loader

โสกผีดิบ แหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาแห่งใหม่ อายุกว่า 65 ล้านปี ณ อ.พล จ.ขอนแก่น

ตำนาน โสกผีดิบ อ.พล จ.ขอนแก่น เปิดป่าในตำนาน โสกผีดิบ 65 ล้านปี แหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาแห่งใหม่ รอนักท่องเที่ยวมาสัมผัสถึงเรื่องเล่าที่น่าขนลุก พร้อมชมความสวยงามแปลกตาที่ธรรมชาติสร้างขึ้น

ที่ป่าแห่งตำนาน “โสกผีดิบ” ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านหนองบัว ต.โสกนกเต็น อ.พล จ.ขอนแก่น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่รอนักท่องเที่ยวมาสัมผัสความสวยงามแปลกตาที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเป็นระยะเวลานานกว่า 65 ล้านปี โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความสวยงาม ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พร้อมเข้ากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาผืนป่าแห่งนี้ และคนในหมู่บ้านให้มีแต่ความสุข เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งสัมผัสความน่าขนลุกจากตำนานที่เขียนเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบถึงที่มาที่ไปของป่าโสกผีดิบ

ในช่วงประมาณ ปี พ.ศ. 2480 ได้เกิดโรคห่าระบาดในหมู่บ้านใกล้เคียง ผู้คนทยอยป่วยและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านทำพิธีทางศาสนาส่งดวงวิญญาณไม่ทัน จึงได้พากันนำศพมาทิ้งภายในโสกแห่งนี้ ซึ่ง “โสก” เป็นภาษาอีสานแปลว่า สถานที่ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำจนกลายเป็นโสกหรือธารน้ำไหล กระทั่งมีการเรียกต่อๆกันมาว่า “โสกผีดิบ”

โดยข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณีระบุไว้ว่า โสกผีดิบที่ อ.พล จ.ขอนแก่น แห่งนี้ ประกอบด้วยหินตะกอนของหินทรายเนื้อละเอียด หินทรายแป้งและหินโคลนสีแดงปนน้ำตาล อยู่ในกลุ่มหินโคราช หมวดหินภูทอก วางตัวเอียงเทเล็กน้อยไปทางทิศเหนือ แสดงลักษณะโครงสร้างทางตะกอนวิทยาแบบชั้นเฉียงระดับ เป็นป่าหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มากว่า 65 ล้านปี มีลักษณะภูมิประเทศเป็นหินทรายที่ถูกกัดเซาะด้วยลมและฝนกลายเป็นรูปร่างแปลกตา คล้ายแพะเมืองผีที่จังหวัดแพร่

อย่างไรก็ตามป่าโสกผีดิบแห่งนี้ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา และเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่รอนักท่องเที่ยวมาสัมผัสความสวยงามทางธรรมชาติ และฟังเรื่องเล่าอันน่าขนลุกตามตำนานที่เขียนเอาไว้ได้ทุกวัน ซึ่งการเดินทางห่างจากตัวอำเภอพล 13 กิโลเมตร

1 ต.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านหนองบัว ต.โสกนกเต็น อ.พล จ.ขอนแก่น ได้ถูกกำหนดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาแห่งใหม่ของ จ.ขอนแก่น ที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาตินั้นได้มาสัมผัสถึงความสวยงามที่แปลกตาที่ถูกธรรมชาติสร้างขึ้นเป็นระยะเวลานานกว่า 65 ล้านปี ในชื่อ “โสกผีดิบ”

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของทีมข่าวพบ นักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความสวยงามของป่าโสกผีดิบแห่งนี้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะกับการถ่ายภาพเป็นที่ระลึก การ เข้ากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาผืนป่าแห่งนี้ที่อยู่คู่กับชุมชนได้อย่างสมบูรณ์แห่งหนึ่งในภาคอีสาน แต่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างมากคือความสวยวามที่แปลกตาที่ธรรมชาติสร้างขึ้นคือกำแพงตะกอนของหินทรายที่สวยงามแห่งหนึ่งของภาคอีสาน และเป็นที่ทรงคุณค่าทางธรณีวิทยาอย่างมาก

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ป่าโสกผีดิบแห่งนี้ มีตำนานที่น่าสะพรึงกลัวและชวนขนหัวลุก ซึ่งชาวบ้านได้เลือกจุดเด่นดังกล่าวนี้มาทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของชุมชน โดยมีการจัดทำป้ายข้อมูลเพื่อเล่าถึงเรืองราวของป่าโสกผีดิบแห่งนี้ให้กับนักท่องเที่ยวได้รับทราบ โดยที่ป่าโสกผีดิบ ตำนานได้เขียนไว้ว่า ในช่วงประมาณ ปี พ.ศ.2480 ได้เกิดโรคห่าระบาดในหมู่บ้านใกล้เคียง ผู้คนทยอยป่วยและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านทำพิธีทางศาสนาส่งดวงวิญญาณไม่ทัน จึงได้พากันนำศพมาทิ้งภายในโสกแห่งนี้ ซึ่งโสกเป็นภาษาอีสานแปลว่า สถานที่ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำจนกลายเป็นโสกหรือธารน้ำไหล กระทั่งมีการเรียกต่อๆกันมาว่าโสกผีดิบ

“ขณะที่ข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณีระบุไว้ว่า โสกผีดิบที่อ.พล จ.ขอนแก่น แห่งนี้ ประกอบด้วยหินตะกอนของหินทรายเนื้อละเอียด หินทรายแป้งและหินโคลนสีแดงปนน้ำตาล อยู่ในกลุ่มหินโคราช หมวดหินภูทอก วางตัวเอียงเทเล็กน้อยไปทางทิศเหนือ แสดงลักษณะโครงสร้างทางตะกอนวิทยาแบบชั้นเฉียงระดับ เป็นป่าหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มากว่า 65 ล้านปี มีลักษณะภูมิประเทศเป็นหินทรายที่ถูกกัดเซาะด้วยลมและฝนกลายเป็นรูปร่างแปลกตา คล้ายแพะเมืองผีที่จังหวัดแพร่”

ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันป่าโสกผีดิบจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา ที่สวยงามและสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน และทางจังหวัดได้กำหนดให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติทีเดินทางมาที่ จ.ขอนแก่น จะจ้งมาสัมผัสความสวยงามทางธรรมชาติ และฟังเรื่องเล่าอันน่าขนลุกตามตำนานที่เขียนเอาไว้ได้ทุกวันโดยการเดินทางนั้นใช้เส้นทาง ถ.มิตรภาพ พอมาถึงสี่แยก อ.พล ใช้เส้นทางไป อ.หนองสองห้อง ประมาณ 13 กม. ก็จะพบกับป้ายบอกเส้นทางที่โดดเด่นซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมได้ทุกวัน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

โสกผีดิบ แค่ฟังชื่อก็ชวนขนลุกขนพองแล้ว โดยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองบัว ตำบลโสกนกเต็น อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น คำว่า “โสก” หมายถึงบริเวณที่เกิดจากกระแสน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นร่องหรือธารน้ำไหล โดยในโสกมีหินเรียงรายอยู่โดยหินที่อยู่ในโสกนี้เกิดในหมวดหินภูทอก ยุคทรีเทเซียสตอนปลาย ซึ่งประกอบไปด้วยหินทรายและหินโคลนสีแดงเป็นส่วนใหญ่

โสกผีดิบแห่งนี้ สันนิษฐานว่าเกิดจากการผุผังและการกร่อนของหิน จึงทำให้มีหินรูปร่างแปลกตามากมาย คล้ายกับแพะเมืองผีจังหวัดแพร่ ลักษณะของหินในโสกผีดิบนั้น มีรูปร่างตะปุ่มตะป่ำคล้ายสัตว์หรือหน้าคนมากมายตามจินตนาการของผู้ชม ด้วยความงามของหินเหล่านี้ทำให้กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก นอกจากความงามของหินแล้วยังมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับที่มาของชื่อ “โสกผีดิบ”อีกด้วย

ธวัชชัย คำแก้ว ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองบัวน้อย กล่าวว่า ที่ชาวบ้านเรียกที่แห่งนั้นว่าโสกผีดิบเพราะมันมีตำนานมาตั้งแต่โบราณแล้ว ที่ได้เรียกว่าโสกผีดิบเพราะปี 2480 ช่วงนั้นเกิดโรคห่าระบาด คนตายเยอะ แต่ก่อนมีชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้ ๆ คนตายเยอะไม่สามารถจะฝัง จะเผาได้ แม้กระทั้งพระก็ตายเหมือนกันก็เลยพากันขนเอาศพคนในหมู่บ้านใส่เกวียนไปทิ้งที่โสกตรงนั้น จึงทำให้ตรงนั้นเกิดคำว่าโสกผีดิบ และทุก ๆ วันคนที่อยู่แถวนั้นจะได้ยินเสียงคนร้องโหยหวนตอนกลางคืน ทำให้ไม่มีใครไม่กล้าไป เลยเรียกที่แห่งนี้ว่าโสกผีดิบมาตลอดจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งตำนานที่เล่าขานต่อกันมา คือ มีนายพรานคนหนึ่งเข้าไปล่าสัตว์ในบริเวณโสกแห่งนี้ เพราะโสกมีน้ำขังเยอะจึงมีสัตว์มากมายไปกินน้ำ นายพรานจ้องจะยิงสัตว์ตัวไหนก็ไม่ตายสักตัว ด้วยความอยากได้สัตว์กลับบ้านเพื่อนำไปเป็นอาหารเลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย นายพรานจึงได้ยกมือไหว้อธิษฐานขอพรและคำอธิษฐานของเขาคือ สาธุ ถ้าได้สัตว์กลับไปบ้านแล้ว จะพาเพื่อนฝูงมาทำบุญสักการระบูชา หลังจากสิ้นสุดคำอธิษฐานเขาก็ได้สัตว์กลับบ้านสมใจปรารถนา จากตำนานนี้จึงเกิดเป็นการสักการะในโสกผีดิบ

การสักการะนี้ถูกสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นพิธีกรรม “การสรงปู่โสกผีดิบ”นับตั้งแต่นั่นเป็นต้นมา ทุกเดือน 6 วันเสาร์แรกหรือวันอาทิตย์แรกของปีหรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเทศกาลบุญเดือนหก

“ เมื่อก่อนจะมาทำบุญกันหลายหมู่บ้าน แต่เดี๋ยวนี้แยกย้ายกันไปหมด แต่ก็ยังคงการสรงปู่โสกผีดิบอยู่เพราะชาวบ้านถือว่าเป็นการเสี่ยงโชคเสี่ยงทายเป็นการบูชาสิ่งศักดิสิทธิ์รักษาหมู่บ้าน บ้านเมืองในป่าโสกผีดิบ ผู้เฒ่าผู้แก่เขาจะพาชาวบ้านแห่ข้าวพันก้อนในโสกผีดิบ เอาข้าวโยนใส่กัน วัยรุ่นบางคนที่ชอบกันก็เอาข้าวโยนใส่กันจนรักกันได้แต่งงานกันก็มี จุดบั้งไฟเสี่ยงทาย ถ้าบั้งไฟหันไปทางไหนแปลว่าทางนั้นฝนตกดีนั่นก็คือความเชื่อของคนโบราณที่เขาพาทำมา และในโสกผีดิบความศักดิ์สิทธ์ยังมีมาเรื่อยๆ เล่าขนานกันมาตลอด แต่ก่อนใครจะเข้าไปถ่ายภาพไม่ติดหรอก ทำยังไงก็ไม่ติด แต่เดี๋ยวนี้เหมือนท่านจะเปิด จึงทำให้ถ่ายภาพติดให้คนเผยแพร่ออกไปเยอะๆ ” ผู้ใหญ่บ้าน ธวัชชัย คำแก้ว กล่าว

นอกจากตำนานที่ผู้ใหญ่บ้านเล่าให้ฟังแล้วชาวบ้านยังยืนยันถึงความลึกลับของโสกผีดิบอีกด้วยว่า แต่ก่อนพอถึงเวลาวันโกนวันพระ มันก็จะมีแสงมีเสียงแปลกประหลาดออกมาจากโสก บางวันก็มีเสียงเหมือนฉายหนังฉายละคร คนที่มีนาอยู่ใกล้เขาก็ได้ยินกัน ก็เลยพากันกลัวไม่กล้าเข้าไปใกล้ วัวควายหลุดหายเข้าไปก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปตามหาแต่ผ่านไปวัวมันก็เดินออกมาเอง พอได้เปิดเป็นหมู่บ้านนวัตวิถี คนในหมู่บ้านก็มีความเชื่อว่าท่านเปิดแล้ว เปิดให้คนเข้ามาชมโสกเหมือนแต่ก่อนท่านยังไม่เปิดไม่ให้ใครเข้าไปยุ่ง จนสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เข้ามาเปิดเป็นที่ท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติ จึงไปสำรวจโสกและบริเวณหมู่บ้าน จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ปี 2560 โสกกลายเป็นที่รู้จักและกล้าเข้าไปชม

ด้าน นวลฉวี นิทัศน์ นักท่องเที่ยวจากต่างอำเภอ บอกว่า มาชมครั้งแรกตอนที่โสกผีดิบดังใหม่ ๆ รู้สึกกลัวมากเพราะโสกผีดิบอยู่กลางป่าที่ไกลออกจากหมู่บ้าน พร้อมทั้งได้ยินตำนานเรื่องเล่ามาด้วย แต่ด้วยความที่เห็นสื่อต่าง ๆ และคนโพสต์นำเสนอผ่านเฟซบุ๊กว่าโสกผีดิบสวยจึงอยากลองเข้ามาชม เมื่อลองเข้ามาชมครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 3 แล้วก็เริ่มไม่กลัว เพราะหินดินที่นี่มีความสวยงามและมีรูปทรงแปลกตา เหมาะกับการมาถ่ายรูป แต่บรรยากาศอาจจะน่ากลัวไปสักนิด เพราะขับรถมาชมกันเองกับกลุ่มเพื่อนไม่ได้มาเป็นหมู่คณะเหมือนกรุ๊ปทัวร์จึงไม่มีไกด์หรือชาวบ้านพาชม หากมีคนพานำชมด้วยจะดีมาก

ด้วยความงามทางธรณีวิทยาของโสกผีดิบและตำนานที่น่าขนหัวลุกนี้ ทำให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น สมศักดิ์ จังตระกุล สนับสนุนให้โสกผีดิบกลายเป็นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ของจังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันยังมีผู้มาชมโสกผีดิบอยู่เรื่อย ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มครอบครัวที่มากันเองและเป็นหมู่คณะที่มากันเป็นรถตู้และกลุ่มทัวร์

นอกจากโสกผีดิบแล้ว บ้านหนองบัวยังเป็น หมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี ที่โด่งดังเรื่องผ้าไหมฮีต 12 และผ้าไหมลายแคนแก่นคูณ ในหมู่บ้านยังมีแหล่งเรียนรู้ให้คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้อีกด้วย และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวชมหมู่บ้านนวัตวิถีบ้านหนองบัวและโสกผีดิบทางหมู่บ้านจะมีมัคคุเทศก์หรือกลุ่มพ่อซาเล้งมาเป็นไกด์นำเที่ยวพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมพาไปถ่ายรูป หินรูปร่างแปลกประหลาดและที่โสกผีดิบเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านด้วย พาไปจุดธูปขอพรปู่ขุนหาญ ส่วนนักท่องที่ไม่ได้มากับกลุ่มไกด์ อย่างเช่นเดินทางมาชมเอง ก็จะมีป้ายเล่าประวัติติดไว้หน้าทางเข้าให้ได้อ่าน

นอกจากโสกผีดิบแล้ว บ้านหนองบัวยังเป็น หมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี ที่โด่งดังเรื่องผ้าไหมฮีต 12 และผ้าไหมลายแคนแก่นคูณ ในหมู่บ้านยังมีแหล่งเรียนรู้ให้คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้อีกด้วย และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวชมหมู่บ้านนวัตวิถีบ้านหนองบัวและโสกผีดิบทางหมู่บ้านจะมีมัคคุเทศก์หรือกลุ่มพ่อซาเล้งมาเป็นไกด์นำเที่ยวพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมพาไปถ่ายรูป หินรูปร่างแปลกประหลาดและที่โสกผีดิบเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านด้วย พาไปจุดธูปขอพรปู่ขุนหาญ ส่วนนักท่องที่ไม่ได้มากับกลุ่มไกด์ อย่างเช่นเดินทางมาชมเอง ก็จะมีป้ายเล่าประวัติติดไว้หน้าทางเข้าให้ได้อ่าน

นอกจากโสกผีดิบแล้ว บ้านหนองบัวยังเป็น หมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี ที่โด่งดังเรื่องผ้าไหมฮีต 12 และผ้าไหมลายแคนแก่นคูณ ในหมู่บ้านยังมีแหล่งเรียนรู้ให้คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้อีกด้วย และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวชมหมู่บ้านนวัตวิถีบ้านหนองบัวและโสกผีดิบทางหมู่บ้านจะมีมัคคุเทศก์หรือกลุ่มพ่อซาเล้งมาเป็นไกด์นำเที่ยวพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมพาไปถ่ายรูป หินรูปร่างแปลกประหลาดและที่โสกผีดิบเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านด้วย พาไปจุดธูปขอพรปู่ขุนหาญ ส่วนนักท่องที่ไม่ได้มากับกลุ่มไกด์ อย่างเช่นเดินทางมาชมเอง ก็จะมีป้ายเล่าประวัติติดไว้หน้าทางเข้าให้ได้อ่าน

สำหรับท่านที่ต้องการมาเที่ยวชมความงามของโสกผีดิบสามารถสามารถติดต่อที่ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองบัวน้อย นายธวัชชัย คำแก้ว 085-646-3008 หรือเดินทางจากตัวเมืองขอนแก่น เดินทางตามถนนมิตรภาพ จนถึงอำเภอพล แยกไฟแดงอำเภอพล-หนองสองห้อง แล้วเลี้ยวซ้ายขับตรงไป 6 กม. ถึงทางเข้าบ้านหนองบัว เลี้ยวซ้าย 2 กม. ถึงชุมชน

Comments